Menu

โรคมะเร็งลำไส้

ปัจจุบันเราใช้ชีวิตกันอย่างเร่งรีบไม่ว่าจะเป็นอาหารการกินที่ก่อให้เกิดโรคภัยต่างๆ เช่นอาหารปิ้งย่างหรือแม้แต่การขับถ่ายที่ไม่เป็นเวลาก็ก่อให้เกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้เช่นกัน

อาการพบบ่อยของโรคมะเร็งลำไส้ ได้แก่

  • ไม่มีอาการเมื่อเริ่มเป็น
  • น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • อุจจาระเป็นเลือด เป็นมูก และ/หรือ เป็นมูกเลือด
  • ท้องผูกสลับท้องเสียหาสาเหตุไม่ได้ โดยไม่เคยเป็นมาก่อน
  • ซีดโดยหาสาเหตุไม่ได้ จากมีเลือดออกทีละน้อยเรื้อรังจากแผลมะเร็งโดยไม่รู้ตัว
  • อาจมีท้องผูกมากผิดปกติ หรือ ปวดท้องเรื้อรัง จากก้อนมะเร็งอุดกั้นทางเดินอุจจาระ

 

วิธีการตรวจ คือ
1)ซักถามประวัติการเจ็บป่วยก่อน ว่าต้องวินิจฉัยเพิ่มเติมหรือไม่ เช่น ตรวจเลือดเพิ่้ม หรือส่องกล้อง
2)การส่องกล้อง  เจ้าหน้าที่จะให้ยาให้หลับช่วงที่ทำการส่องกล้อง ระยะเวลาการส่องกล้องในลำไส้ใหญ่ ก็จะใช้ระยะเวลาการทำประมาณ 20 ถึง 30 นาที เพื่อรู้ขนาดของก้อนเนื้อและตำแหน่งที่ชัดเจน

วิธีการรักษา 
1) ด้วยวิธีการทางการแพทย์แผนปัจจุบันก็คือ อาจจะเอาติ่งเนื้อตรงนั้นออกไป โดยการผ่าตัด ในปัจจุบันก็สามารถที่จะใช้วิธีการเจาะรูทางหน้าท้องแล้วก็ตัดส่วนที่มีปัญหาดังนั้นออกไปได้ ก็จะทำให้อาการปวดท้องหรือทำให้อาการโลหิตจางดีขึ้นไปได้
2) ถ้าพบว่าเป็นเนื้อร้าย หรือเป็นมะเร็ง มักเป็น การผ่าตัดร่วมกับยาเคมีบำบัด

 

วิธีการป้องกันไม่เห็นเป็นมะเร็งลำไส้คือ
1) ควรกินผลไม้สุกเนื้อนิ่ม  เช่นมะละกอ กล้วย เพื่อการขับถ่ายที่ดี
2) ผักใบเขียวเช่นคะน้ากวางตุ้งต้มสุก เพื่อให้ได้ผลและใยอาหารที่ละลายน้ำได้
3) กินฟักทองแครอทต้มสุก เพื่อให้ได้วิตามินเอและเบต้าแคโรทีน
4) ควรกิน  ปลาที่มีไขมันสูง เช่นปลาซาร์ดีนปลาแซลมอนเพื่อให้ได้วิตามินอีและบี 12
5) ควรกินอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงเช่นปลา กุ้ง หอย ผักกูด ผักโขม เพื่อชดใช้การสูญเสียเลือด
6) นอกจากเรื่องของการทานอาหารแล้ว ในเรื่องของการออกกำลังกาย เป็นการเพิ่มทำให้ลำไส้มีการบีบตัวมากขึ้น ทำให้ไม่ท้องผูก เพราะ การที่เราปล่อยให้ท้องผูกเป็นเวลานานๆ ก็จะทำให้สารเคมีหรือสิ่งที่เราไม่ต้องการคืออุจจาระ ค้างอยู่ในลำไส้นาน
ก็จะไปสัมผัสกับผนังของลำไส้นานเช่นกัน

https://www.youtube.com/watch?v=CcENG23JAKw

Share Button

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์